โรคหวัดและหลอดลมอักเสบ

Last updated: Sep 3, 2017  |  585 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคติดต่อที่สำคัญในสุนัข

โรคหวัดและหลอดลมอักเสบ

             โรคหวัดและหลอดลมอักเสบ เป็นโรคทางเดินหายใจของสุนัขที่พบได้ทั่วโลก ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายกลุ่มสุนัขที่ไวต่อการเป็นโรค ได้แก่ ลูกสุนัข สุนัขที่แพ้อากาศง่าย สุนัขที่เลี้ยงขังรวมกันหนาแน่น สุนัขแก่ เป็นต้น โดยสุนัขพันธ์หน้าสั้น ไวมากเป็นพิเศษ แต่สามารถเป็นได้ทุกพันธุ์ พบว่า พันธุ์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อัลเซเชี่ยน ค๊อกเกอร์ หรือ ลาบราดอร์ ก็เป็นบ่อย ช่วงฤดูหนาว และช่วงรอยต่อฤดูกาล สัตว์จะเป็นโรคนี้ได้ง่าย

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่

     เชื้อไวรัส 
               Parainfluenza virus-2 (ตัวเลขข้างหลังบอกสายพันธุ์)
               Adenovirus -2
               Canine distemper virus (เชื้อที่ทำให้เกิด ไข้หัดสุนัข) 

     เชื้อแบคทีเรีย 
               Borditella bronchoseptica 
               Mycoplasma spp
               เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ เช่น E.coli, Staphyllococus, Streptococcus, Krebsiella, Pseudomonas

             จะเห็นว่ามีเชื้อสาเหตุหลายชนิด ที่เป็นสาเหตุ ที่สำคัญจริงๆที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ Parainfluenza virus และ/หรือ Adenovirus -2 ซึ่งทำให้เกิดโรคหวัด และถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ที่สำคัญคือ Borditella bronchiseptica จะทำให้เกิดโรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ (สัตว์ที่เป็นไข้หัดสุนัขจะมีอาการเหมือนหวัดด้วย)

การติดต่อ 
             ติดต่อจากทางเดินหายใจ การอยู่ร่วมกันสัมผัสกัน ระยะใกล้ๆติดได้ง่าย
อาการ
             อาการหวัดจะมีน้ำมูกใส อึดอัดหายใจลำบาก ตัวร้อน ไอ จาม ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน พบอาการไอรุนแรงขึ้น เป็นไอเรื้อรัง น้ำมูกข้นขึ้น มีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีเขียว อ้าปากหายใจ มีการติดเชื้อที่หลอดลมและปอด ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบ โดยเฉพาะถ้าเกิดปอดอักเสบ บางตัวอาจมีอาการชักเกิดขึ้น หรือเสียชีวิตเฉียบพลัน (พบบ่อยในพันธุ์ปอมเมอเรเนียนและพันธุ์หน้าสั้น)

การวินิจฉัย 
       •  ลูกสุนัขและสุนัขแก่
       •  ประวัติวัคซีนและจากฟาร์ม
       •  การเลี้ยงดู อยู่กันหนาแน่นในกรงเดียวกัน
       •  การเดินทางไกล
       •  การนอนในที่เปียกชื้น นาน ๆ
       •  การนอนในห้องแอร์หรือที่มีลมโกรก

การรักษา 
             การรักษาตาม อาการได้แก่ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาลดไข้ ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน กรณี น้ำมูกข้นขื้น มีสีเหลืองหรือสีเขียว ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ที่แนะนำให้ใช้คือ อ๊อกซี่ซัยคลิน ขนาดที่ใช้คือ 5 มก./ กก วันละ 2 ครั้ง หรือ 10 มก. / กก. วันละครั้ง 
             ยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลนก็ใช้ได้ผลดี บางตัวอาจต้องดมยา (Neubulizer) ให้ยาขยายหลอดลม เพื่อให้หายใจได้สะดวก ใช้เวลา 7-10 วัน จึงจะหายขาด ช้ามากกว่านั้นต้องระวังเชื้อดื้อยา

การป้องกันและควบคุม 
            ซื้อสุนัขจากแหล่งที่เชื่อถือได้
            ทำวัคซีนป้องกันโรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ ทำได้เร็วที่สุด ที่ อายุ 1 เดือน แต่โดยทั่วไปทางคลินิก หรือ โรงพยาบาลสัตว์ จะวางโปรแกรมไว้ให้
            ให้สุนัขนอนในห้องที่ไม่มีลมโกรก ไม่ควรให้สุนัขนอนตากพัดลม หรือตากแอร์ นานๆ ยกเว้นตัวที่เคยชินแล้ว
            เมื่อสงสัยว่าสุนัขจะเป็นโรค หวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ ควรปรึกษาสัตวแพทย์
            กรณี ที่ต้องนำสุนัขเดินทางไกล ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ ก่อนอย่างน้อย 10 วัน จะลดความเสี่ยง ของโรคลงได้มาก

ที่มา : www.baanyork.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com